บางครั้งรีบช้อนหุ้น อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย

บางครั้งรีบช้อนหุ้น อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย

เมื่อดัชนีตลาดหุ้น luciabet ปรับนิสัยลงแรง ปริศนาที่มักโผล่เข้ามาสำหรับคนอีกหลายคนเป็น“ราคานี้ถูกพอแล้วหรือยัง ?” เพราะเหตุว่าโดยธรรมดา มนุษย์เราชอบเคยชินกับสิ่งที่พึ่งจะผ่านไปไม่นาน เหมือนกันกับราคาหุ้น ที่บางครั้งก็อาจจะเคยค้าขายอยู่ในตอนราคาหนึ่ง เมื่อปรับนิสัยลง พวกเราก็ชอบเริ่มรู้สึกว่ามันลดลงมาแล้ว จนถึงบางครั้งก็อาจจะลืมไปว่า พวกเรากำลังจะเข้าไป ‘รับมีด’ อยู่หรือไม่ ? การ รีบช้อนหุ้น บางทีอาจจะได้ไม่คุ้มเสียนะพวกเราว่า รีบซื้อหุ้นค

สัญญาณเตือนต่อมาหมายถึงเรื่องของ Inverted Yield Curve ซึ่งเป็นการเกิดไม่ปกติ เมื่อผลตอบแทน luciabet ของพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปี ของสหรัฐ ลดน้อยลงมาน้อยกว่าผลตอบแทนระยะสั้นอายุ 2 ปี ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วผลตอบแทนระยะยาวจำเป็นจะต้องสูงยิ่งกว่าระยะสั้น ความไม่ค่อยสบายใจที่เกิดขึ้นต่อข้อความสำคัญของ Inverted Yield Curve ไม่ใช่เพียงแต่ด้วยเหตุว่าเป็นเรื่องผิดปกตินานๆจะกำเนิดคราว แม้กระนั้นการเกิดการปรากฏนี้ 6 ใน 7 ครั้ง ในตอน 50 ปีที่ล่วงเลยไป จะกำเนิดเศรษฐกิจตกต่ำตามมาในตอน 12 เดือนต่อไป จะมีความคิดเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจในตอนนี้ ยังคงเต็มไปด้วยการเสี่ยงรุมล้อม บางโอกาสพวกเราบางครั้งก็อาจจะรู้สึกได้ว่าพวกเราเข้าซื้อในจุดที่ถูก (กว่าแต่ก่อน) แล้ว แม้กระนั้นตามความจริงก็ยังมีถูกกว่าให้มองเห็นได้อีก ถ้าเกิดการเสี่ยงยังมิได้คลี่คลายไป และก็อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเราคงจะทำเป็นเหมาะสมที่สุดสำหรับในการลงทุนหมายถึงการงดทนรอคอยจวบจนกระทั่งพวกเราจะมองเห็นมีดที่กำลังหล่น ได้ลงไปอยู่ที่พื้นเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว เมื่อนั้นเองก็คงยังไม่สายที่จะก้มตัวไปถือมีดขึ้นมา โดยไม่ต้องเสี่ยงจะถูกมีดบาดเอาได้

ถามคำถามว่า ดรรชนีต่ำลงมาขนาดนี้แล้ว มันคงจะเข้าไปยอมรับได้หรือยัง ?

ที่จริงแล้วก็น่าจะไม่มีผู้ใดสามารถบอกจุดต่ำสุดของการเคลื่อนในแต่ละรอบได้อย่างเที่ยงตรง 100% แม้กระนั้นจากสถิติของตลาดหลักทรัพย์ไทยในตอน 10 ปีที่ล่วงเลยไป (ปี 2552 – 2562) แม้ดรรชนี SET ปรับพฤติกรรมลงโดยประมาณ 10% จากจุดสุดยอดในรอบนั้นๆ9 จาก 15 ครั้ง หรือคิดเป็น 60% ดรรชนี SET จะปรับพฤติกรรมลงตลอดอีกเฉลี่ย 10% โดยความย่ำแย่สูงสุดจากที่ปรับดรรชนีต่ำลงตลอดนี้ มากถึง 23.5%

โดยเหตุนี้แล้ว สิ่งที่จำเป็นที่นักลงทุนน่าจะเตรียมตัวกันไว้เสมอเป็น การระวังกับการเสี่ยงที่อาจจะมีการเกิดขึ้นได้ทุกเวลา และก็มีแนวทางที่แจ่มแจ้งสำหรับการประเมินว่า ระดับใดเป็นจุดที่สมควร ไม่ใช่การเข้าซื้อเนื่องจากแค่เพียงราคาไม่แพงลงกว่าเดิม ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนชอบรีบเข้าไปช้อนซื้อหุ้นเมื่อราคากำลังปรับนิสัยลงมาหมายถึงประโยคที่พวกเราชอบเคยชินกันอยู่แล้วว่า “ต้องกลัวเมื่อบุคคลอื่นโลภ และก็ควรจะโลภเมื่อคนอื่นๆกำลังกลัว” ซึ่งเป็นประโยคที่มาจาก Warren Buffett นักลงทุนผู้มีอิทธิพลของโลก แต่ว่าอันที่จริงแล้ว ประโยคนี้มิได้ต้องการที่จะให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นเพียงแค่เพราะเหตุว่าเพียงแค่มันแพงถูกลง หรือแค่เพียงการสวนกระแส แต่ว่าสิ่งจำเป็นเป็น การพยายามเข้าซื้อหุ้นในจุดที่ต่ำกว่าค่าที่จริงจริง (Intrinsic Value)

ส่วนต้นเหตุของประโยคก่อนหน้าที่ผ่านมา ก็มิได้เป็นแถวทางหลักที่ Buffett ใช้เพื่อการลงทุนซะทีเดียว ก็แค่เป็นสิ่งที่เขาเคยชี้แนะเอาไว้ สำหรับนักลงทุนที่บากบั่นเข้าลงทุนแบบจับจังหวะตลาด

ผ่านมาที่เหตุการณ์ปัจจุบันนี้ คงจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าการลดน้อยลงของดัชนีตลาดหุ้นทั้งโลกปัจจุบันนี้ มีต้นเหตุจากความไม่ค่อยสบายใจเกี่ยวกับหลักสำคัญปัญหาทั้งยังจากข้างในแล้วก็ด้านนอก ซึ่งเป็นราวกับสัญญาณเตือนถึงช่องทางที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย แล้วก็น่าจะกระทบต่อตลาดค้าหุ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัญญาณแรกที่แน่ชัดเป็นอย่างมากหมายถึงเรื่องของการรบการค้าขายระหว่างจีนและก็สหรัฐ ซึ่งเป็นสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก รวมทั้งยังคงไม่มีท่าทีว่าจะจบลงกล้วยๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต่างข้างต่างบากบั่นจะใช้การตั้งแพงภาษีมาเป็นสิ่งที่ใช้ในการทำสงคราม ซึ่งเป็นสิ่งที่จะส่งผลให้เกิดผลจากการลบต่อทุกๆข้าง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *